|
บริษัท เวิลด์เมดิก คอร์ปอเรชั่น อิงค์ จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี
2539 โดยทีมงานผู้ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทางการแพทย์และสุขภาพ
โดยในระยะเริ่มต้นจะดำเนินงานในรูปแบบการจัดทำเว็บไซต์ให้กับองค์กรต่างๆ
ทางการแพทย์ โดยมีการจัดการและดูแลเว็บไซต์ตลอดจนข้อมูลต่างๆ
อย่างครบวงจร นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้จัดทำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของบริษัทฯ
เพื่อเผยแพร่ให้กับแพทย์และประชาชนในรูปแบบของสื่อต่างๆ เช่น
เว็บไซต์และวารสารอีกเป็นจำนวนมาก โดยทั้งหมดจะเน้นในส่วนของการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพเป็นหลัก
จนกระทั่งในปี 2544 บริษัทฯ ได้รับเกียรติให้เป็นที่ปรึกษาและจัดทำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศการศึกษาต่อเนื่องของแพทย์
(Continuing Medical Education; CME) และศูนย์ทดสอบออนไลน์ (CME
Online) และระบบฐานข้อมูลแพทย์และเว็บไซต์แพทยสภาของไทย โดยได้รับการสนับสนุนจาก
มูลนิธิไฟเซอร์แห่งประเทศไทย (www.pfizerfoundation.org) ซึ่งทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาค
อาเซียนที่มีระบบ CME Technology & CME Online แบบ
e-Learning เป็นประเทศแรก
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้เป็นผู้ดูแลเกี่ยวกับเอกสารและระบบการจัดเก็บเครดิต
CME, การอบรมให้กับแพทย์ทั่วประเทศ และการประชุมต่างๆ ที่มีแพทย์เข้าร่วม
โดยแยกเป็นแผนก Exhibition นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้พัฒนา CME
Software เพื่อมอบให้กับสถาบันหลักและสมทบทั่วประเทศ
ตลอดจนถึงการอบรมให้กับสถาบันเหล่านั้น
จนสามารถใช้งานได้ เพื่อใช้เก็บ CME Credit ให้กับแพทย์ทั่วประเทศ และเชื่อมต่อกับระบบฐานข้อมูลของแพทย์แบบออนไลน์ทั้งหมด
และให้แพทย์สามารถเข้ามาตรวจสอบ CME Credit ได้ทันที สร้างระบบอีเมล์รวมของแพทย์ทั่วประเทศเพื่อให้แพทย์ได้ใช้ติดต่อกันโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
สร้างศูนย์กลางของแพทย์ทั่วประเทศโดยมีระบบค้นหาและ สร้างโฮมเพจส่วนตัวได้ด้วยตนเอง
(Doctor City) จนกระทั่งในปี 2545 นี้ บริษัทฯ ได้รับเกียรติจาก
สภาเภสัชกรรมแห่งประเทศไทย ให้เป็นที่ปรึกษาและดูแล ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของศูนย์การศึกษาต่อเนื่องทางเภสัชศาสตร์
(Continuing Pharmaceutical Education; CPE)
ให้ทำการวางระบบ CPE ให้กับเภสัชกรทั่วประเทศ โดยมี CME เป็นแม่แบบ โดยมีทั้งเว็บไซต์และระบบฐานข้อมูลรวมของเภสัชกรทั่วประเทศ
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้พัฒนา CPE Software
เพื่อให้สถาบันหลักและสมทบได้ใช้เก็บ CPE Credit ให้กับเภสัชกรทั่วประเทศและเชื่อมต่อกับระบบฐานข้อมูลรวมทั้งหมด
โดยได้รับการสนับสนุนจาก มูลนิธิไฟเซอร์แห่งประเทศไทย (www.pfizerfoundation.org)
มิเพียงเท่านี้ บริษัทฯ ยังอยู่ในระหว่างติดตั้งและทดสอบระบบการศึกษาต่อเนื่องให้กับทันตแพทย์และพยาบาลและ
เทคนิคการแพทย์ ซึ่งจะเสร็จสิ้นภายในปี 2546 นี้ ซึ่งเมื่อระบบทั้งหมดเสร็จสิ้นสมบูรณ์
วิชาชีพทั้งหมดสามารถเชื่อมโยงและถ่ายทอดข้อมูลซึ่งกันและกันได้
โดยมีระบบ CME เป็นระบบใหญ่ที่สุด และจะทำให้เกิดเครือข่ายการศึกษาทางการแพทย์และสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ
เกิดการพัฒนาการศึกษาแบบใหม่ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศได้อย่างทั่วถึงทั้งประเทศ
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้พัฒนาฐานข้อมูลกลาง (Medical Data Center)
โดยเป็นแหล่งข้อมูลการแพทย์และสุขภาพที่จะนำเผยแพร่สู่ประชาชน
และพัฒนาไปสู่ระบบอินเตอร์แอคทีฟ ให้ประชาชนทั่วประเทศสามารถเข้ามาปรึกษากับแพทย์,เภสัชกร,ทันตแพทย์,
เทคนิคการแพทย์ และพยาบาล ฯลฯ โดยผ่านออนไลน์ อันจะทำให้ประชาชนคนไทยทุกคน
สามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้อย่างเท่าเทียมกัน และ ไม่มีขีดจำกัดด้านระยะทางและสถานที่อีกต่อไป
ในปลายปี 2546 บริษัทฯ ได้รับเกียรติจาก
สภาการพยาบาล และ ศูนย์การศึกษาต่อเนื่องสาขาพยาบาลศาสตร์
(Center
for Continuing Nursing Education: CCNE)ให้เป็นที่ปรึกษาและดูแลระบบการศึกษาต่อเนื่องฯให้กับพยาบาลทั่วประเทศทั้งหมด
ซึ่งมีสมาชิกทั้งหมดร่วม สองแสนกว่าท่าน
โดยได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท 3
เอ็ม ประเทศไทย จำกัด (http://www.3m.com/intl/th/medical/medical.html)โดยมีการพัฒนาทั้งระบบซอฟต์แวร์เก็บคะแนนและระบบออนไลน์
นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาระบบบริหารงานภายในและ
ระบบอีเมล์และข้อมูลของพยาบาลทั่วประเทศ
โดยพัฒนาระบบสารสนเทศให้กับองค์กร
ซึ่งระบบได้เริ่มดำเนินการแล้ว นับเป็นวิชาชีพแรกที่มีบทกฏหมายในการเชื่อมต่อระบบการศึกษาต่อเนื่องฯกับการต่อใบอนุญาตการประกอบวิชาชีพ
ซึ่งนับเป็นการสร้างระบบการควบคุมและพัฒนาของวิชาชีพเพื่อประชาชน
ตามแนวทางของบทบัญญัติรัฐธรรมนูญอย่างดียิ่ง
จวบจนปี 2547 นี้
บริษัทฯ
ได้รับเกียรติจาก ทันตแพทยสภา และ
ศูนย์การศึกษาต่อเนื่องของทันตแพทย์ (Continuing
Dental Education Center: CDEC)
ให้เป็นที่ปรึกษาและ จัดทำระบบการศึกษาต่อเนื่องฯ
ให้กับทันตแพทย์ทั่วประเทศ
โดยได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท 3
เอ็ม ประเทศไทยจำกัด
(http://www.3m.com/intl/th/medical/medical.html)
เช่นกัน โดยพัฒนาทั้งระบบซอฟต์แวร์และระบบออนไลน์
(e-Learning)
นับว่าเป็นการช่วยพัฒนาวิชาชีพในด้านองค์ความรู้ใหม่ๆ
ไปสู่สมาชิกทั่วประเทศ
และนับเป็นการยกระดับมาตรฐานการประกอบวิชาชีพให้ดียิ่งขึ้น
ให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยและสังคมโลก
ซึ่งจะมีผลโดยตรงกับประชาชนคนไทยทั่วประเทศ
|